1. ในชีวิตนี้ ฉันรู้จักหนังของเจ้ย(อภิชาติพงศ์)ได้บ้างซึ่งหนังของเขามักได้สร้างปรากฏการณ์บทหนึ่งในสังคมไทย อย่างสัตว์ประหลาดที่ทำให้วงการหนังไทยมีบทบาทในเทศกาลหนังระดับโลก แสงศตวรรษที่แสดงถึงการต่อสู้กับอำนาจรัฐต่อการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นต่อสังคม วัฒนธรรมและการเมืองที่ไม่เฉพาะหนัง ปัจจุบันคงรวมถึงอินเทอร์เน็ต ล่าสุด"ลุงบุญมีระลึกชาติ"ที่ความสำเร็จสมควรที่จะได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ของประเทศมากกว่าแค่วงการหนัง

2. คงตลกร้ายที่ฉันไม่เคยดูหนังของเจ้ยซักเรื่องเดียว การดูหนังเรื่อง"ลุงบุญมีระลึกชาติ"จึงเป็นการท้าทายความคิดพอสมควร แม้ในสมองจะมีเสียงเซ็งแซ่ว่า

 "ปีนกระไดดู" หลายๆรอบแล้วนะ ที่ได้ยินอะไรแบบนี้ แต่ปัจจุบันหนังทุกเรื่อง ทุกแนวทั้งกระแสหลักและอินดี้ก็ต้องปีนกระไดดูทั้งนั้นแหละ

 "อวดฉลาด ! ตามกระแส!"

3. แต่ก็รู้ได้บ้างว่าการดูหนังของเจ้ยซักเรื่องต้องเปิดใจให้กว้างที่จะรับอะไรแปลกใหม่ ความคาดเดาไม่ได้และการท้าทายสไตล์การดำเนินเรื่องที่แปลกกว่าหนังกระแสหลักอย่างมาก ซึ่งฉันรู้สึกคำว่า "เปิดใจ"ต้องไม่ใช่เฉพาะหนังหรอก ดูเหมือนว่าหลายคนขาดคำๆนี้ในสัญชาตญาณ

4.หากได้ดูหนังของไฉ้หมิงเลี่ยงซักเรื่อง อย่างน้อยที่ดังสุดๆก็ I don't want to sleep alone และ The Wayward Cloud ก็จะรู้ว่าหนังเรื่องนี้(และหนังของเจ้ย)กับหนังของไฉ้มีสไตล์การเดินเรื่องที่คล้ายคลึงกัน

5.ความจริงคือฉันเคยเจออะไรที่สาหัสสากรรจ์มาแล้วจากเรื่อง The Sky,The Earth and The Rain(ออกฉายในไทยปี 2008 ที่เทศกาลWorld Film)ซึ่งตอนดูหนังเรื่องลุงบุญมีฯ รู้สึกได้ว่ามีบรรยากาศและสไตล์การเดินเรื่องถอดจากเรื่องแรกอย่างเด่นชัด อย่างน้อยการดูหนังเรื่องนั้นเป็นการทำให้ตนเองชาชินกับหนังของเจ้ยซักเรื่องได้บ้าง

6.ขณะที่The Sky,The Earth and The Rain กดดัน สิ้นหวังและไร้ทางออกของตัวละครต่อให้เดิน เดินเข้าป่า ออกไปทุ่งกว้าง แวะชายทะเลก็ตาม จะรู้สึกล่องลอยก็ลอยไม่ได้ จะบินก็เหมือนมีหินวางทับปีกทั้งสองข้าง หนังเรื่องลุงบุญมีฯจะมีลูกเล่นที่เอาความเชื่อของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณ มาสอดแทรกให้คนดูค่อยๆตกตะลึง
(การปรากฏของผีฮวย ลิงผี ที่หลอนแบบไม่ต้องเล่นมุข"ตุ้งแช่"ให้เกร่อจนน่ารำคาญ)ผลออกมาดูสมจริงและจริงใจ

7.เจ้ยอาจจะทำลายความคิดประมาณว่า"ผีอยู่ส่วนผี คนอยู่ส่วนคน" ผีในเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวประหลาด น่าเกลียดน่ากลัวจนกรีดร้องแทบวิ่งหนี แม้แรกๆตัวละครที่เป็นคน(และผู้ชม)ตกตะลึงอึ้งรับประทาน แต่ก็ค่อยๆอยู่ร่วมกัน สัมผัสกันได้และมีชีวิตร่วมกัน

8.บางทีก็คือการทำลายกำแพงเรื่องชนชั้นที่(สัตว์ภูติผีและคน)ซึ่งในที่สดพวกเขาอยู่ร่วมกันได้ ติดต่อสื่อสารทั้งความคิดและร่างกายได้

9.การดูหนังเรื่องนี้เหมือนกับการนั่งรถไปต่างจังหวัด เห็นท้องทุ่ง ป่าไม้และคนเดินดินคลุกไม้คลุกทรายแต่แทนที่จะขับผ่านไป ก็แวะข้างทาง เดินเข้าไปในป่าที่ลึกมากๆ เดินไปซึมซับบรรยากาศ

10."คาดเดาไม่ได้แต่ทรงพลัง" คือวลีทีนิยามของหนังเรื่องนี้

 

Comment

Comment:

Tweet

because at that time some things happened at home ty

#6 By شات صوتي (41.238.158.215) on 2011-12-27 10:13

ty for website

#5 By شات مصرى (41.239.148.157) on 2011-12-26 15:24

because at that time some things happened at home

#4 By juicy (123.165.104.221) on 2011-01-16 15:51

อยากทราบว่า สำนวน

ปีนกระได ดูนี่มันเริ่มต้นจากที่ พอจะช่วยบอกได้ไหมคับ

sad smile confused smile

#3 By dragonas (124.157.191.209) on 2010-08-21 03:18

ยังดูแสงศตวรรษไม่จบคับ
ติดที่ฉากเล่นดนตรีอะคูสติกในต่างจังหวัดที่จู่ก็โล่มาทำลายความเป็นท้องถิ่นที่พยายามจะนำเสนอ
ดังนั้นเรื่องนี้ยังไม่ดูแน่นอน
ผมชอบเรื่องนี้มากเลยครับ (สะใจที่พี่เจ้ยใช้เพลง Acophobia ในการกัดเจ็บๆกับคนที่ว่าหนังของเขาต้องปีนกระไดดู big smile )

ผมกลับไม่เคยดูหนังของไฉ้หมิงเลี่ยง(ได้จบ)ซักเรื่องครับ 555

#1 By Seam - C on 2010-07-21 07:43