charlize

เจอคำถามนี้ในอินเทอร์เน็ต เลยเอาไปถามชาวบ้านชาวช่องเล่นๆ สนุกดี

หัวข้อคำถาม
- ใครกำกับ
- ทำชีวิตช่วงไหน
- ให้ใครแสดงเป็นตัวเอง
- (รายละเอียดเพิ่มเติมที่ไม่เกี่ยวกับสามข้อด้านต้น)

...........................
ตอนแรก หลังจากกระจัดกระจาย เอาผู้กำกับคนนั้นคนนี้ ในที่สุด

1.อิซาเบลล่า เหลียง / อยู่เตรียมอุดม-อยู่มหาลัย/ความรักระหว่าง เพื่อนสาวนิสิต ชายรุ่นพ่อ(อ่านข่าว เลยรู้ว่าอิสเป็น...) และสาวใหญ่(รับบทโดย อิซาเบลล์ อูแปต์ หรือ ชาร์ลอต แรมป์ลิง) ขณะเดียวกัน สภาพสังคมกำลังร้อนระอุ อยู่ดีๆก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นคนไม่รักชาติ ถูกติดตาม ข่มขู่ แต่ทว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มันคือเรื่องจริง หรือเรื่องเพ้อฝันกันแน่/กำกับโดย แคทเทอลีน เบรญาต์  หรือ เดวิด ลินซ์

 

isabelle huppert

 

Charlotte Rampling

 

2. ชาร์ลิซ เธอรอน/เมื่อเรียนจบ- ทำงานข่าว/กำกับโดยรอน ฮาเวิร์ด หรือ มาร์ติน สกอร์เซซี

3. เนฟ แคมป์เบลล์/ชีวิตบั้นปลาย ในโรงพยาบาลบ้า /กำกับโดย เวส คราเวน


................................

ล่าสุด คนที่จะแสดงเป็นเพื่อนสาวนิสิตในตอนที่แสดงโดยอิซาเบลล่า เหลียง  คือ

Christina Ricci  จาก Monster,Sleepy Hollow ,Speed Racer

ชายรุ่นพ่อ รับบทโดย

Anthony Hopkins

 

 

edit @ 20 Oct 2008 13:20:17 by initial A

  สงครามอิรัก เป็นประเด็นที่ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเลยในสายตาของคนอเมริกัน โดยเฉพาะปี2007ที่ผ่านมา  มีหนังหลายๆเรื่องที่พยายามนำสนอประเด็นนี้  ผลคือหลายๆเรื่องได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ แต่ล้มเหลวด้านรายได้ เพราะพวกเขาคิดว่าเรื่องสงครามอิรัก หาดูได้ง่ายตามสื่อต่างๆ ตั้งแต่โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ จนถึงสื่อออนไลน์ สำหรับIn the valley of Elah ก็เป็นหนึ่งในหนังหลายเรื่องที่ต้องเผชิญหน้ากับผลลัพธ์ที่กล่าวมาข้างต้น แต่แม้จะล้มเหลวทางรายได้ ก็ไม่อาจกลบจุดดีหลายอย่างๆที่หนังเรื่องนี้ต้องการนำเสนอ.

 หนังเปิดเรื่องโดยใช้เทคนิคที่หาได้ง่ายในโลกเทคโนโลยีสมัยใหม่ ด้วยการใช้คลิปวิดีโอที่ถ่ายจากมือถือ นำเสนอเหตุการณ์ในอิรัก จากนั้นก็เล่าเรื่องราวของแฮงค์ (ทอมมี ลีโจนส์ สุดยอดๆ)อดีตนายทหารผ่านศึกที่ทราบว่า ไมค์ ลูกชายที่เป็นทหารในอิรัก หายตัวไปอย่างลึกลับ เขาจึงออกตามหา ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ แต่ความเพิกเฉย เพราะเห็นว่าเป็นเรื่อง"เล็กน้อย" เป็นสิ่งที่แฮงค์ได้รับกลับมา แล้วเขาก็รู้ความจริงสุดใจสลาย
เป็นเสี่ยงๆว่า ลูกชายของแฮงค์ถูกฆาตกรรมอย่างทารุณ จนกระทั่งเอมิลี (ชาร์ลิซ เธอรอน  และก็สุดยอดพอๆกัน ซึ่งฉันคิดว่าการแสดงในเรื่องนี้ยอดเยี่ยมกว่า Monster เพราะเรื่องหลัง ดูโอเวอร์แอกติ้งค์หลายๆฉาก แต่สำหรับ หุบเขาห้วงรักแห่งอีหล้า เธอรักษาความสมดุลในการแสดงอย่างเด่นชัด )ตำรวจฝีมือดีเข้ามาสะสางคดีนี้

  เมื่อดูจากหน้าหนัง
 
 1.เกิดอาการเลี่ยน ไม่ก็ธรรมดา เพราะมีหลายคน(ยกเว้นฉัน)เห็นชื่อผู้กำกับก็เตรียมตัวเตรียมใจว่าจะเลี่ยน

 2.ดูเหมือนหนังสืบสวนสอบสวน และคาดหวังว่าจะดำเนินเรื่องด้วยความระทึกใจ

   กระนั้นความรู้สึกที่ได้ดูหนัง ก็แตกต่างจากความรู้สึกที่มีต่อหน้าหนังอย่างสิ้นเชิง เพราะหน้าหนังจะเลี่ยน ยิ่งไปกว่านั้น หนังมีหลายๆฉากที่คนทำจงใจบีบคั้นอารมณ์ แต่การแสดงอันทรงพลังคือเครื่องเทศชั้นดี ทำให้หนังเรื่องนี้มีรสชาติที่จัดจ้าน นอกจากนี้หนังประสบความสำเร็จในการวิพากษ์วิจารณ์มนุษย์ สังคม และรัฐบาล ผ่านมุมมองของคนรับใช้ชาติอย่างทหาร และแฮงค์ อดีตทหารผ่านศึก กับคนรับใช้กฎหมายอย่าง
เอมิลี ได้จริงใจและตรงไปตรงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเสนอความเจ็บปวด ที่เป็นผลกระทบจากนโยบายส่งทหารไปอิรัก มากกว่ากระบวนการสืบสวน ไล่ล่าฆาตกร ความเจ็บปวดไม่เพียงแค่ร่างกาย หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าคือจิตใจของ"เหยื่อ"จนถึงขั้นทำสิ่งที่เลวร้ายกับผู้ใกล้ชิด(เพื่อน ครอบครัว สังคม) แต่หลายคนเพิกไม่สนใจ ซึ่งหนังมีฉากหนึ่งที่สามารถแทนแนวคิดหลักของหนังเรื่องนี้ได้ทั้งหมดคือฉากที่เอมิลีไม่สนใจทำคดีที่ทหารผ่านศึกคนหนึ่ง ฆ่าสุนัขตัวโปรดของลูกสาวซึ่งดูเหมือนเป็นเรื่อง"เล็กน้อย"ในสายตาของเอมิลีและเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ เหมือนกับการหายตัวไป(และเสียชีวิต)ของไมค์ ทั้งๆที่สิ่งเล็กน้อยดังกล่าว มันคือความเจ็บปวดรุนแรงที่สามารถส่งผลกระทบได้ในระยะยาว
  แล้วคำว่า"เกียรติยศ"ที่หลายคนใฝ่หา จะมีค่าอะไร หากกลับมามีสภาพไม่ต่างจากทหารในเรื่อง และสุนัขที่ถูกฆ่า นอกจากนี้หนังยังมีโทนสีขาวทั้งเรื่อง แต่ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงความบริสุทธิ์ มันคือความไร้สาระในจิตใจของทหารในสมรภูมิอิรัก ผลสุดท้ายที่พวกเขาได้รับคือ ความว่างเปล่า

ทิ้งท้ายด้วย อะไรที่เกี่ยวกับหนัง และชอบด้วยความส่วนตัว หุหุหุหุหุ

Charlize theron